ดูหนังอะไร ตอนไหนเยี่ยมที่สุด? จัดแจงนาฬิกาชีวิตของคุณให้เป็นประโยชน์

ดูหนังออนไลน์ฟรี เคยสงสัยมั้ยว่า จะเปิด ดูหนังผ่านเน็ต สักเรื่อง หรืออ่านหนังสือดีๆสักเล่ม ในช่วงเวลา ช่วงเวลาเช้า สาย บ่าย เที่ยงตรง จะให้ดีควรจะทำเวลาไหน หนังแนวนี้เหมาะสมกับช่วงเวลาไหน จำเป็นต้องเลือกทำเวลาใดให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและสมอง ส่วนใหญ่แล้วเราถูกใจเจอแต่ว่าคำเสนอแนะว่า ควรจะทำอะไร หรือควรจะทำอย่างไร แม้กระนั้นไม่ค่อยมีคนพอใจเรื่องเวลาว่าพวกเราควรทำตอนไหน ฟังมองอาจจะซับซ้อนไปสักหน่อยใช่มั้ยล่ะท่านผู้ชม แต่ไม่ต้องวิตกกังวลดวงใจใป พวกเรามีทริคดีๆเกี่ยวกับ การจัดการนาฬิกาชีวิตให้มีประโยชน์ มาแนะนำทุกคน ทดลองทำตามนี้ดู ช่วงเวลาไหนน่าจะทำอะไรเลือกดูหนังแนวใด แล้วจะคิดว่าจิตใจมันแฮปปี้ดีงามจริงๆ

ผลที่เกิดจากการวิจัยที่จะทำให้ท่านใช้นาฬิกาชีวิตให้มีประโยชน์
งานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยชิ้นใหม่พบว่า ‘เวลาเหมาะสมที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับชีวภาพแล้วหลังจากนั้นก็ฮอร์โมนของเรา’ วิทยาศาสตร์เรียกตอนที่สมควรนี้ว่า chronobiology หรือ นาฬิกาชีวิต โดย ดร.ไมเคิล บรูส (Dr. Michael Breus) นักจิตวิทยาสถานพยาบาลแล้วก็หมอผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนจาก American Academy of Sleep Medicine เขียนหนังสือ The Power of When โดยมั่นใจว่าการทำงานร่วมกับนาฬิกาธรรมชาติของร่างกายเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการบรรลุจุดประสงค์สำหรับเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ

เคยสงสัยไหมว่าเราควรเลือกทำอะไรตอนไหนถึงจะส่งผลดี
ส่วนใหญ่แล้วเราชอบเจอแต่ว่าคำแนะนำว่า ควรจะทำอะไร หรือน่าจะทำยังไง กลับไม่ค่อยมีคนพึงพอใจเรื่องเวลาว่าพวกเราควรจะทำตอนไหน ซึ่งความเป็นจริงแล้ววิทยาศาสตร์มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้ รายละเอียดเล็กน้อยในหนังสือ The Power of When โดยบอกว่า ตอนที่สมควรที่จะทำทุกๆอย่างขึ้นกับชีวภาพรวมถึงฮอร์โมนของเรา โดยด้านวิทยาศาสตร์เรียกเวลาสมควรนี้ว่า chronobiologyหรือ นาฬิกาชีวิต
ดร.ไมเคิล บรูส (Dr. Michael Breus) นักจิตวิทยาสถานพยาบาลและก็แพทย์ผู้ชำนาญด้านการนอนจาก American Academy of Sleep Medicine คนเขียนหนังสือเล่มดังที่ได้กล่าวมาแล้วแน่ใจว่าการทำงานร่วมกับนาฬิกาธรรมชาติของร่างกายเป็นกุญแจสำคัญที่ก่อให้เกิดการบรรลุวัตถุประสงค์สำหรับในการดำเนินงานต่างๆเขาบอกว่า นาฬิกานี้ถูกฝังอยู่ในสมองของคุณตั้งแต่คุณยังเป็นทารกแรกคลอด ไม่แน่ว่าถ้าคุณทดลองยึดต้นแบบนาฬิกาชีวิตเหมือนตัวอย่างข้างล่างนี้ ก็บางทีอาจช่วยปรับให้การดำนงชีพของตัวคุณเองราบรื่นได้ไม่น้อย

ตอนที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับในการทำความเข้าใจของใหม่ๆ
ดร.ไมเคิล บรูส บอกว่าตอนของการเล่าเรียนของใหม่ๆของผู้คนจะมีคุณภาพเยอะที่สุดเมื่ออยู่ในช่วงเวลา 10.00-14.00 น. แล้วก็ ดูหนัง netflix 16.00-22.00 น. เพราะว่าสมองจะอยู่ในช่วงเวลาที่พร้อมเปิดรับสิ่งต่างๆมากที่สุด
หนังที่สมควรแก่การดูในขณะนั้นเป็น Sci-Fi Movies (หนังวิทยาศาสตร์) Documentaries (หนังสารคดี) Adventure (หนังแนวได้รับภัย)
ในช่วงเวลาที่ตอนที่ไม่ควรจะทำความเข้าใจ หรือขวนขวายอะไรให้เข้ามาในสมองเป็นช่วงๆ 04.00-07.00 น. เพราะตามเวลาที่สมองพัก หนังที่ไม่เหมาะสมแก่การดูขณะนี้ War (หนังสงคราม) และก็ Thriller Movies (หนังแนวตื่นเต้น)

ขณะที่เยี่ยมที่สุดในการระดมความคิด
โดยมากแล้วมนุษย์เราชอบมีความคิดประดิษฐ์น้อยมากในตอนที่เราอยากสูงที่สุด ซึ่งก็คือตอน 11.00-15.00 น. ซึ่งเป็นตอนๆเวลาทำงานตามปกติของคนสามัญ แต่ดร.บรูส กลับต้องมาพบว่าในขณะที่ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จะปฏิบัติงานรุ่งโรจน์ที่สุดกลับกลายในขณะที่พวกเราเริ่มรู้สึกล้า แล้วก็สมองเริ่มพร่ำเพ้อ เนื่องจากสมองด้านซ้ายและทางขวาจะเชื่อมต่อกันและกระตุ้นความคิดใหม่ๆโน่นบางทีอาจหมายถึงช่วงบ่ายๆรวมทั้งในตอนนี้ยังเหมาะสมแก่การดูหนัง Fantasy (หนังแนวผสมจินตนาการ) รวมถึง Musicals Movies (หนังเกี่ยวกับเพลง) ให้สมองทางด้านซ้ายได้โลดแล่นเพิ่มเติมจิตนาการสุดกำลัง

ในขณะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับในการพักผ่อนหย่อนใจ
บ่ายวันศุกร์เป็นช่วงเวลาดีๆที่สุดเนื่องแต่วันศุกร์เป็นวันสุดท้ายของอาทิตย์ซึ่งถูกใจเป็นวันที่ปฏิบัติงานได้อย่างไม่ค่อยมีคุณภาพ แต่ว่าคนจำนวนมากกลับอารมณ์ดี ดูหนังออนไลน์ ชัด เพราะวันพรุ่งนี้จะได้พัก ก็เลยเป็นช่วงๆขณะที่สมควรสำหรับการจะขออะไรทำอะไร อะไรบางอย่างเพิ่มหรือบางทีก็อาจจะขายของก็ย่อมได้ ส่วนวันที่ควรอย่างยิ่งที่จะต้องหลีกเลี่ยงเยอะที่สุดเป็นตอนเช้าวันจันทร์ เพราะว่าคนส่วนมากจะอยู่ในอารมณ์เครียดและรู้สึกไม่ค่อยดีนัก นอกจากนั้นยังตามกำหนดที่เหมาะสมที่สุดในการ ดื่มกาแฟ เขียนนวนิยาย และก็ยังรวมทั้งในช่วงเวลาที่คุณควรมีเซ็กซ์ แล้วก็เดี๋ยวนี้ยังสมควรเธอการดูหนัง Comedy (ภาพยนตร์ตลก) ,Family (หนังครอบครัว) ,Animation (หนังการ์ตูน) ,Romance (หนังโรแมนติก) รวมทั้ง Erotic (หนังคนสูงอายุ)

การศึกษาค้นพบฟังก์ชันต่างๆของนาฬิกาชีวิตอาจไม่ได้การันตีความเสร็จเสมอ แม้กระนั้นมันสำคัญเป็นอย่างมากหากแม้คุณต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน หรือเรียนหนังสือ การดูหนัง การผ่อนคลายจิตใจให้เสร็จออกมาดีเยี่ยมที่สุดบนฐานรากของร่างกายที่สอดคล้องเป็นไปในลักษณะเดียวกัน อย่าลืมนำทริคดีๆอย่างงี้ไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันกันนะคะ

ชี้แนะหนังดีมีประโยชน์สุดได้รับความนิยมแนวแพทย์ ครบรสอีกทั้งวิชาความรู้ ความฟิน

อยู่บ้านว่างๆมาเพิ่มพูนความรู้โดยการ ดูหนังออนไลน์ ซีล้นย์ออนไลน์ ที่เกี่ยวกับแวดวงแพทย์ กันเถอะพวกเรา สม่ำเสมอจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด หลายท่านก็เลยเริ่มแลเห็นจุดเด่นของความสะอาด รวมทั้งการดูแลสุขภาพร่างกายกันมากยิ่งขึ้นซึ่งหนังหรือซีล้นย์เกี่ยวกับการแพทย์นั้น นอกจากจะช่วยปรับเราเข้าใจการทำงานของหมอ การวินิจฉัยโรค การดูแลผู้ป่วย แล้วยังได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง อาการโรค อาการโรค ผ่านการแสดงที่เสนอมาจากเรื่องจริงผ่านดารา แถมเรายังจะได้รู้จะโรคต่างๆที่เราอาจไม่รู้จักจะมาก่อนจากการดูหนังได้ด้วย หนังดีๆเป็นประโยชน์แบบนี้ต้องหาดูแล้วจะมีปัญหาไหนบ้างตามมาเลยจ๊า

1. ER (Emergency Room) เรียนรู้คำว่า เร่งด่วน
ต้นตำรับซีล้นย์ที่เกี่ยวกับแวดวงแพทย์ ซึ่งฉายมา 15 ภาค ตั้งแต่ปี 1994-2009 โดยมีดาราดังๆของฮอลลีวูดมาร่วมแสดงเป็นอันมาก ซึ่งเรื่องราวได้สะท้อนการเป็นหมอในห้องเร่งด่วนที่แสนจะยุ่งวุ่นวาย ในทุกๆวันจะมีคนเจ็บรีบด่วน มาเป็นบททดสอบให้กับหมอ และซีรีย์ประเด็นนี้ได้สะท้อนภาพสาธารณสุขของสหรัฐฯ ที่ทำให้เราแลเห็นระบบสาธารณสุขของประเทศที่แก้ไขแล้ว

2. Grow Up หรือ แพทย์ฝึกซ้อมทดลองสนาม
เรียนก่อนจะเป็นแพทย์ รวมถึงเติบโตไปด้วยกัน ซีล้นย์ Grow Up ผู้ผลิตจากจีน ได้ผิดแผกแตกต่างวิธีทำซีล้นย์ไปค่อนข้างจะมากไม่น้อยเลยทีเดียว คนโดยส่วนใหญ่ที่ดูหนังจีนมาก่อน บางครั้งก็อาจจะต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่กับประเด็นนี้อย่างยิ่งจริงๆเรื่องราว กล่าวถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ฝันต้องการจะเป็นหมอที่ดี แม้กระนั้นเพียงพอเข้ามาฝึกหัดงานในโรงหมอในเซี่ยงไฮ้แล้ว กลับพบว่าการเป็นหมอที่ดีนั้นไม่ใช่แค่การดูแลรักษาคนเท่านั้น สิ่งที่คุณต้องเผชิญนั้นเป็น กฎที่ต้องปฏิบัติตาม ข้อกำหนด และการทำงานที่ไม่ล้ำเส้น และที่สำคัญเป็น การจำต้องแลเห็นคนที่ตัวเองรักษาตายเฉพาะหน้า โน่นเป็นบททดสอบแรกเท่านั้นเอง โดยตัวพระเอกของเรื่องก็มีมิติที่น่าสนใจ ถึงแม้ตัวเองจะเป็นหมอ แต่ก็ไม่อาจรักษาช่วยเหลือบุตรีคนเดียวไว้ได้

3. Doctor X (หมอซ่าส์ประเภทเอ็กซ์)
ศัลยแพทย์ไดมอน ไม่จิโกะ เป็นแพทย์มือชั้นยอดของญี่ปุ่น ที่รับงานเป็นฟรีแลนซ์ เป็นคนไม่สนใจสังคม และวัฒนธรรมในโรงหมอ เป็นผู้ต้านประเด็นการแบ่งพรรคแบ่งพวก ที่สำคัญเป็นคนพึงพอใจแต่การรักษาโรคของผู้บาดเจ็บเท่านั้นเอง แต่ละเคสที่หมอไดมอนรักษา จะเป็นเคสที่ค่อนจะยาก แม้กระนั้นไดมอนก็ผ่านมาได้เสมอ ซีล้นย์เรื่องนี้ แม้ว่าจะดูเกินจริงไปนิด แต่เก็บเนื้อหาส่วนที่มีความสำคัญเรื่องการรักษาโรคเจริญรุ่งเรือง ที่สำคัญยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมหน่วยงานได้น่าสนใจทีเดียว

4. Good Doctor (หมอฟ้าประทาน)
แน่ใจว่า ซีล้นย์ประเด็นนี้เป็นลำดับแรกในใจใครๆผู้คนจำนวนมาก เรื่องราวเอ่ยถึงการต่อสู้ของหมอคนหนึ่งที่เป็นโรคออทิสติก มีความผิดปกติทางพัฒนาการ แม้กระนั้นเขาเป็นคนเฉลี่ยวฉลาด และมีความเข้าใจมากพอที่จะเป็นหมอได้ แต่ว่าเขาก็สามารถทำความเข้าใจแล้วก็ดำรงชีวิตได้อย่างคนเดินดิน ซึ่งถ้าหากใครดูหัวข้อนี้แล้วจะเข้าจิตใจคนที่เป็นออทิสติกมากเพิ่มขึ้นและก็หลักการทำงานของหมอ ที่ควรต้องฝ่าฟันมรสุมต่างๆเพื่อเป็นหมอที่เข้มแข็งในอนาคต

5. Beautiful Mind (ผู้ชายหลายมิติ)
ถ้าหากหมอไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้เจ็บป่วย แล้วจะรักษาคนป่วยได้อย่างไร ซีล้นย์หัวข้อนี้ เล่าถึงการต่อสู้ของหมอคนหนึ่ง ที่จำเป็นที่จะต้องฝึกฝนอ่านท่าทางและก็ลีลาท่าทางของคน ในขณะตัวเองรักษาคนไข้ หมอเองก็จำต้องเยียวยารวมทั้งรักษาโรคของตนที่เป็นอยู่ด้วย นอกเหนือจากนี้ซีล้นย์เรื่องนี้ ยังเล่าถึงวิธีการทำธุรกิจโรงหมอ ซึ่งไม่ได้จำกัดเพียงแต่การให้บริการทางด้านการแพทย์เท่านั้น แต่ยังรวมทั้งประดิษฐ์การค้นคว้าการดูแลและรักษาโรค เพื่อได้มาซึ่งสิทธิบัตรต่างๆอีกด้วย

6. Doctors (ตรวจจิตใจคุณให้เจอรัก)
ซีรีย์หัวข้อนี้ เล่าถึงเด็กผู้หญิงใช้การไม่ได้คนหนึ่ง ที่มีแรงผลักดันตัวเองจนกระทั่งสามารถเป็นหมอได้ แม้หัวข้อนี้จะมีความหวานตามสไตล์หนังรัก แต่ก็มีมุมมองเรื่องระบบสาธารณสุขมาให้เราได้ขบคิดอีกด้วย

7. Dr. Romantic (ดร. โรแมนติก)
ซีล้นย์ที่เล่าราวแนวทางการทำงานของแพทย์ ที่ทำให้เห็นมุมมองต่างๆเกี่ยวกับอุดมการณ์ รวมถึงหลักการทำงานของหมอ ที่เคยอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิต สัมผัสไปถึงจุดต่ำสุดของชีวิต รวมทั้งเอ่ยถึงระบบทุนนิยมในระบบสาธารณสุขอีกด้วย เป็ฯผลงานซีล้นย์น้ำดีจากฝั่งประเทศเกาหลี เสนอแนะเลยนะ หัวข้อนี้เบิกบานมากไม่น้อยเลยทีเดียว

8. it’s okay that’s love (ถ้ารักกัน…มันก็โอเค)
แน่ใจว่า คนอีกหลายๆคนที่มองดูซีล้นย์เรื่องนี้ต่างตรวจตัวเองว่า เราป่วยทางจิต ไหม แล้วก็ถ้าป่วยหนัก เราจะรักษาตัวเองยังไง ประเด็นการป่วยเป็นโรคที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับจิตนั้น เป็นจำนวนมากคนประเทศไทยมักไม่ค่อยรู้ รวมทั้งมีความเห็นว่า การพบจิตแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องปกติ ถึงแม้ที่จริงแล้ว การพบจิตแพทย์ นั้นถือว่าเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะผู้ที่มีความเคร่งเครียด อาการเศร้าซึม บางคราวการป่วยทางจิตใจไม่ได้มาจากสภาวะจิตใจ แม้กระนั้นมาจากลักษณะการทำงานของสมองที่บกพร่อง ตกลงว่า การพบจิตแพทย์ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว ใครอยากประเมินตัวเองก็ทดสอบโทรไปที่ สายด่วนสุขภาพทางจิต 1323 ดูก่อนเพื่อถามอาการรากฐานได้ แลเห็นไหม ว่าการดูหนังนอกเหนือจากที่จะสนุกสนานแล้วยังเข้าใจรู้ทางการแพทย์มาดูแลตัวเองและก็คนที่เรารักได้อีกด้วยนะ